เทคโนโลยี 360° Virtual Reality คืออะไร?

เทคโนโลยีเสมือนจริง หรือ Virtual Reality (VR) เป็นเทคโนโลยีที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อ จำลองสภาพแวดล้อมต่างๆ ทั้งจากสภาพแวดล้อมจริง และจากในจินตนาการ ขึ้นมาด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์*

ในปัจจุบันทั่วโลก ด้วยความร่วมมือของนักพัฒนากว่า 200,000 คน, บริษัท startups อีกกว่า 700  แห่งทั่วโลก** และหลายๆ แบรนด์ดังในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น Social Network เจ้าใหญ่อย่าง Facebook, บริษัทเทคโนโลยีชื่อดังอย่าง Google หรือแม้กระทั่งผู้ผลิตสินค้าอิเลคทรอนิคอย่าง Samsung และ Sony ต่างก็ให้ความสนใจในเทคโนโลยีที่เรียกว่า 360° Virtual Reality หรือที่แปลเป็นไทยว่า เทคโนโลยีโลกเสมือนจริง แบรนด์เหล่านี้ได้มีการผลิตอุปกรณ์สำหรับใช้งานกับ เทคโนโลยี 360° Virtual Reality เช่น Google Cardboard, Samsung Gear VR เป็นต้น เพื่อมารองรับเทรนด์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

ตัวอย่างบริษัทผู้ให้บริการเกี่ยวกับ เทคโนโลยี 360° Virtual Reality ทั่วโลก**

จากรูปภาพด้านบนที่แสดงถึงภาพรวมของธุรกิจในวงการ 360° Virtual Reality มีบริษัทต่างๆ มากมาย ทั้งที่เป็นผู้ให้บริการทางด้านเทคโนโลยี 360° Virtual Reality ผู้ให้บริการทางด้านอุปกรณ์เพื่อรองรับการใช้งานเทคโนโลยี 360° Virtual Reality, ผู้ให้บริการทางด้าน platform หรือบริษัทที่ได้ประยุกต์นำเอาเทคโนโลยี 360° Virtual Reality นี้ ไปประยุกต์ ดัดแปลง เป็นโปรแกรมสำหรับการใช้งานในแต่ละอุตสาหกรรม

การใช้ เทคโนโลยี 360° Virtual Reality กับผู้บริโภค

เทคโนโลยี 360° Virtual Reality นั้น ได้ถูกคิดค้นมาเป็นระยะเวลานานแล้ว แต่ด้วยต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างสูง ทำให้ถูกใช้อยู่ในวงจำกัด เช่นในวงการแพทย์ หรือทางการทหาร

เมื่อเวลาผ่านไป เทคโนโลยี 360° Virtual Reality เริ่มถูกใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนค่อยๆ ลดลง จึงเริ่มมีแบรนด์ในต่างประเทศ นำเทคโนโลยีดังกล่าวนั้น มาใช้ในการทำแคมเปญทางการตลาด เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ และความตื่นเต้นให้กับผู้บริโภค ยกตัวอย่างเช่น แบรนด์ Topshop แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นได้เปลี่ยนประสบการณ์การชมแฟชั่นโชว์ ให้ผู้บริโภคสามารถชมถ่ายทอดสดแฟชั่นโชว์ได้ในมุมมองที่ต้องการผ่านทางหน้อจอคอมพิเตอร์ เหมือนไปนั่งชมเองจริงๆ ข้างรันเวย์


ผู้ผลิต เทคโนโลยี 360° Virtual Reality ในประเทศไทย มีใครบ้าง

ในประเทศไทยขณะนี้ ถ้าพูดถึงผู้บริการทางด้านเทคโนโลยี 360° Virtual Reality ก็คงหนีไม่พ้นแบรนด์ใหญ่ๆ อย่าง Facebook หรือ Youtube ซึ่งถือเป็นแพลทฟอร์มที่เป็นที่นิยมของคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งในขณะนี้ได้เริ่มพัฒนาระบบให้รองรับไฟล์ในรูปแบบ 360° Virtual Reality VDO แล้ว

หากแต่ถ้ามองในมุมมองของการตลาด การทำแคมเปญกับ 360° Virtual Reality บนแพลทฟอร์มของ Facebook และ Youtube อาจจะยังมีข้อจำกัดอยู่ในหลากหลายแง่มุมที่คุณคาดไม่ถึง เช่นการไม่รองรับภาพนิ่งแบบ 360°, ความสามารถที่มีจำกัดในการเล่นวิดีโอ 360° Virtual Reality ที่สามารถเล่นได้แค่เพียงบาง browserเท่านั้น, การไม่สามารถเล่นวิดีโอ 360° Virtual Reality บนแบนเนอร์ได้ สิ่งเหล่านี้ อาจจะมองดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มันคงจะดีกว่า ถ้าเราสามารถที่จะก้าวข้ามผ่านข้อจำกัดดังกล่าว และสามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากการนำเทคโนโลยี 360° Virtual Reality มาใช้งาน

เจ้าใหญ่ใช่ว่าจะไม่มีข้อจำกัด

Facebook และ Youtube ดูเหมือนจะกำลังก้าวนำหน้าคู่แข่งอยู่ เพราะได้เริ่มที่จะหันมาให้ความสนใจกับเทคโนโลยีก่อนใครเพื่อน แต่แท้จริงแล้ว ยังมีจุดบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ อีกมากมายที่คุณอาจจะคาดไม่ถึง แต่ก็ถือว่าค่อนข้างมีผลกับผู้บริโภค และทำให้คอนเทนต์ดังกล่าวไม่ user-friendly อันได้แก่

  1. การไม่สนับสนุนภาพนิ่ง: ทั้ง Facebook และ Youtube ไม่สามารถแสดงผลภาพนิ่งแบบ 360 องศาได้
  2. การรองรับแค่เพียงบาง browsers เท่านั้น: ณ ปัจจุบัน ทั้ง วิดีโอ 360° Virtual Reality ของ Facebook และ Youtube นั้น สามารถเล่นได้แค่บน Google Chrome และ Firefox เวอร์ชั่นล่าสุดเท่านั้น, ไม่สามารถเล่นบน Safari ได้ และ Internet Explorer รองรับแค่ Youtube เท่านั้น นอกจากนี้ การ embed ลิ้งค์จาก Youtube จะสามารถดูได้บน Chrome browser เพียงอย่างเดียว
  3. ผู้ชมไม่สามารถมี interaction กับ วิดีโอได้: จุดนี้อาจจะไม่ได้มองว่าเป็นจุดบกพร่อง แต่มันคงจะดีกว่า ถ้าเราสามารถที่จะเพิ่มยอดขายได้ด้วย ไม่ใช่แค่การสร้าง Awareness และสร้างความตื่นเต้นกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค
  4. ไม่รองรับการทำงานบน ad banner
  5. จำกัดอยู่แค่ในบางอุปกรณ์: สำหรับ iOS นั้น จะรองรับที่อุปกรณ์ iPhone 4s หรือ iPad 2 ขึ้นไป ในขณะที่ Android จะรองรับที่เวอร์ชัน 3 ขึ้นไป

ด้วย 5 ข้อจำกัดข้างต้น เป็นสาเหตุให้คอนเทนต์ในรูปแบบของวิดีโอ 360° Virtual Reality นั้นจึงไม่ค่อยมีผู้ชมกดดู เพราะความสามารถเรื่องการรองรับของอุปกรณ์และ Browser ซึ่งปัญหาต่างๆ เหล่านี้ จะหมดไป เพราะ AdsOptimal ได้ทำลายทุกข้อจำกัดข้างต้นหมดแล้ว เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ทุกๆ คอนเทนต์นั้น จะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอย่างแน่นอน

AdsOptimal เพราะเราให้บริการมากกว่าแค่วิดีโอ 360° Virtual Reality

AdsOptimal คือทีมงานผู้ให้บริการ เกี่ยวกับเทคโนโลยี 360° Virtual Reality อย่างครบวงจรเจ้าแรกในประเทศไทย อันได้แก่

  1. Production: การผลิต ถ่ายทำวิดีโอ 360° Virtual Reality ซึ่งทางเรามีทีมงานถ่ายทำที่มีความเชี่ยวชาญ พร้อมด้วยอุปกรณ์การถ่ายทำพิเศษสำหรับการสร้างวิดีโอ 360° Virtual Reality โดยเฉพาะ
  2. Programming: ในปัจจุบันนี้ ไฟล์วิดีโอ 360° Virtual Reality นั้น ยังเป็นสกุลไฟล์ที่มีโปรแกรมรองรับการชมค่อนข้างจำกัด เนื่องจากยังเป็นไฟล์สกุลใหม่ ที่ยังไม่มีการใช้กันแพร่หลายมากนัก
    แม้ทาง Facebook และ Youtube จะเริ่มมีการรองรับบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีจุดบกพร่องอยู่มากมาย ซึ่งแตกต่างจากการใช้บริการกับ AdsOptimal ที่ทางทีมได้พัฒนาโปรแกรม จนมั่นใจได้ว่าสามารถนำไปใช้งานได้กับทุกเว็บไซต์ ทุก platform ทั้งในคอมพิวเตอร์ส่วนตัว, สมาร์ทโฟน หรือแทบเล็ต ได้อย่างราบรื่นแน่นอนนอกจากนี้วิดีโอ 360° Virtual Reality ที่ได้รับการผลิตจากทางทีม AdsOptimal นั้น ไม่ใช่เพียงแค่ผู้ชมจะได้ชมวิดีโอเพียงเท่านั้น แต่ผู้ชมยังสามารถที่ตอบโต้กับภาพวิดีโอดังกล่าวได้เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการดังกล่าวได้ โดยที่เราสามารถกำหนดจุดที่ต้องการจะให้ข้อมูล และข้อมูลที่ต้องการจะใส่ลงไปได้เอง ทำให้วิดีโอ 360° Virtual Reality ของคุณนั้น ไม่ใช่เพียงแค่วิดีโอที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้บริโภค แต่ยังช่วยให้ข้อมูลเพิ่มเติม และเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเพิ่มยอดขายให้กับแบรนด์ของคุณด้วย

ตัวอย่าง VDO 360° Virtual Reality ที่ได้รับการพัฒนาโดยทีมงาน AdsOptimal

  1. Publishing: นอกเหนือจากการโพสไฟล์วิดีโอของคุณลงใน Social Media ต่างๆ เช่น Facebook หรือ Youtube ที่ปัจจุบันเริ่มรองรับสกุลไฟล์ของวิดีโอ 360° Virtual Reality แล้ว ทางทีมงาน AdsOptimal ยังให้บริการทางด้านสื่อออนไลน์ ตั้งแต่การซื้อสื่อ, การนำไฟล์วิดีโอ 360° Virtual Reality ลงในสื่อต่างๆ เช่น สื่อแบนเนอร์, การแสดงผลในเว็บไซต์ ซึ่งสามารถแสดงผลแบบ 360 องศาได้เลย โดยที่ผู้ชมไม่ต้องลงแอพพลิเคชั่น หรือสวมใส่อุปกรณ์ใดๆ เพิ่มเติม
ตารางเปรียบเทียบการให้บริการ การลงสื่อผ่านทีม AdsOptimal กับ สื่อเจ้าอื่นๆ

ตารางเปรียบเทียบการให้บริการ การลงสื่อผ่านทีม AdsOptimal กับ สื่อเจ้าอื่นๆ

จากตารางด้านบน จะเห็นได้ว่าการใช้บริการกับทีม AdsOptimal นั้น มีข้อได้เปรียบเป็นอย่างมาก ในเรื่องของการแสดงผล ทางทีม AdsOptimal ได้พัฒนาโปรแกรมสำหรับเล่นไฟล์วิดีโอ 360° Virtual Reality ที่สามารถนำไปแสดงผลได้บนทุกๆ platform  ทุกเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นบนหน้า feed ของ Social Media เช่น Facebook, Youtube, Twitter, Tumblr แอพพลิเคชั่นแชท อย่าง Line และ WeChat บนสื่อโฆษณาออนไลน์ต่างๆ ของ Google, หรือการแสดงผลบนหน้าเว็บไซต์ของแบรนด์ หรือแม้กระทั่งการแสดงผลบนหน้าจอในงานอีเวนต์ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ยังรองรับการเล่นผ่านอุปกรณ์ Google Cardboard ด้วยเช่นกัน ทำให้มั่นใจได้ว่า ไฟล์วีดีโอของคุณนั้น จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแน่นอน

ภาพแสดงการเปรียบเทียบระหว่างการใช้สื่อในรูปแบบ Traditional กับแบบ Virtual Reality

ภาพแสดงการเปรียบเทียบระหว่างการใช้สื่อในรูปแบบ Traditional กับแบบ Virtual Reality

ด้วยความสามารถของโปรแกรม player ที่ทางทีม AdsOptimal ได้พัฒนาขึ้นมาดังที่กล่าวไปข้างต้น ส่งผลให้การวัดผลในรูปแบบของ CTR (Click-Through-Rate) นั้นมากกว่าการลงสื่อแบบ traditional online media ถึง 10 เท่า

ไม่เพียงแค่นั้น แต่เรามั่นใจได้ว่าประสบการณ์โลกเสมือนจริง หรือ 360° Virtual Reality Experience นั้น จะสามารถช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคและช่วยเพิ่มยอดขายให้กับแบรนด์ได้อย่างแน่นอน โดยสามารถอ่านตัวอย่างการทำงานของทีม AdsOptimal กับทีมเอเจนซี่ชื่อดังในไทยอย่าง BBDO Bangkok และผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ Honda ที่ได้ร่วมกันสร้างประสบการณ์เสมือนจริงดังกล่าวให้กับผู้บริโภคในประเทศไทย

อ่านเพิ่มเติม: AdsOptimal ร่วมมือกับ BBDO Bangkok และ Honda สร้างประสบการณ์เสมือนจริงแบบ 360° ครั้งแรกของวงการรถยนต์ในไทย
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัท
: https://www.adsoptimal.com/
ติดต่อทีมงาน: 360vr@adsoptimal.com

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก:

http://venturebeat.com/2016/03/19/what-to-expect-from-virtual-reality-in-2016/
https://www.inition.co.uk/case_study/virtual-reality-catwalk-show-topshop/


Filed Under:    Advertising

Tagged With: , , ,